ระวัง! 7 ข้อผิดพลาดการใช้ครีมกันแดดที่อาจทำร้ายผิวแทน

ระวัง! 7 ข้อผิดพลาดการใช้ครีมกันแดดที่อาจทำร้ายผิวแทน

อย่างที่ทราบกันดีว่าเราสามารถดูแลผิวได้หลายวิธี ซึ่งการทาครีมกันแดดเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ครีมกันแดดที่ปกป้องผิวจากทั้งรังสียูวีเอและรังสียูวีบีสามารถป้องกันภาวะผิวไหม้ ลดการเกิดรอยเหี่ยวย่น หรือสัญญาณความชราอื่นๆ และที่สำคัญคือ การทาครีมกันแดดยังสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังค่ะ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าครีมกันแดดมีประโยชน์ตามที่กล่าวไป แต่หากใช้ครีมกันแดดไม่ถูกวิธี แทนที่คุณจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ผิวของคุณอาจตกอยู่ในอันตราย สำหรับข้อผิดพลาดที่หลายคนอาจทำโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจมีดังนี้

1. ทาครีมกันแดดตอนอยู่ที่ชายหาด

บางคนอาจหยิบครีมกันแดดขึ้นมาทาตอนนั่งเล่นอยู่ที่ชายหาด แต่ความจริงแล้วเราควรทาครีมกันแดดตั้งแต่ก่อนออกไปกลางแจ้งอย่างน้อย 20 นาที เพราะผิวต้องใช้เวลาในการดูดซึมส่วนผสมที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากแสงแดดนั่นเอง นอกจากนี้ให้คุณชโลมครีมกันแดดให้ทั่วร่างกายก่อนแต่งตัวเพื่อให้ผิวทุกส่วนได้รับครีมอย่างทั่วถึงค่ะ

2. ทาครีมกันแดดน้อยเกินไป

ถ้าอยากได้รับประโยชน์จากค่าป้องกันแสงแดด (SPF) ตามที่แบรนด์โฆษณา ก็ควรทาครีมกันแดดด้วยปริมาณที่เหมาะสมค่ะ คนส่วนใหญ่ทาครีมกันแดดน้อยเกินไป ทำให้ผิวเป็นริ้ว และได้รับประโยชน์จากค่าป้องกันแสงแดดน้อยลง หากคุณไปทะเล ให้ทาครีมกันแดดทั้งตัวด้วยปริมาณอย่างน้อย 1 ออนซ์ หรือประมาณ 1 แก้วช็อต

 

3. ไม่ทาครีมกันแดดบริเวณที่สำคัญ

บางคนอาจทาครีมกันแดดเฉพาะบริเวณแขน ขา แก้ม หรือหน้าผาก และละเลยผิวบริเวณอื่นๆ เช่น หนังตาหรือริมฝีปาก แต่ความจริงแล้วเราไม่ควรมองข้ามผิวบริเวณเหล่านี้ค่ะ ซึ่งริมฝีปากของเราเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายจากแสงแดด เพราะผิวบริเวณนี้มีเมลานินน้อย ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ผิวหนัง เส้นผม และดวงตามีสี ดังนั้นอย่าลืมใช้ลิปบาล์ม หรือลิปสติกที่มี SPF อย่างน้อย 15

4. ไม่ทาครีมกันแดดซ้ำ

แม้ว่าคุณได้ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านไปแล้ว 1 รอบ แต่ถ้าอยากให้ผิวได้รับการปกป้องจากแสงแดดอย่างเต็มที่ ก็ควรทาครีมกันแดดซ้ำอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และทาให้บ่อยขึ้นหากเหงื่อออกเยอะหรือเมื่อไปว่ายน้ำ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณใช้ครีมกันแดดชนิดที่ทนน้ำ แต่ครีมจะทำงานได้มีประสิทธิผลในน้ำประมาณ 40-80 นาที ซึ่งการทาครีมกันแดดซ้ำจะช่วยให้ครีมกันแดดกระจายตัวได้มากขึ้น

5. ทาครีมกันแดดไม่เสมอกับผิว

หากคุณทาครีมกันแดดไม่เสมอกับผิว ก็จะไม่ได้รับประโยชน์ตามที่ฉลากระบุไว้ จึงต้องใส่ใจขั้นตอนการทาครีมกันแดดมากเป็นพิเศษ และทาครีมกันแดดบริเวณที่โดนแสงแดดหลายครั้งเพื่อเพิ่มการปกปิดผิวให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้การใช้ครีมกันแดดแบบสเปรย์ก็สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ แม้ว่าง่ายต่อการใช้งาน แต่ก็ยากที่จะรู้ว่าสารกันแดดกระจายไปยังบริเวณที่โดนแสงแดดจนทั่วแล้ว ดังนั้นให้คุณยังคงฉีดสเปรย์จนกว่าจะเห็นว่าผิวทั้งร่างกายมีความแวววาว

6. ไม่ทาครีมกันแดดวันที่มีเมฆมาก

หลายคนอาจคิดว่าไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดในวันที่มีเมฆมากหรือวันที่ไม่มีแสงแดด แต่เราอยากบอกว่าผิวของคุณยังคงถูกรังสียูวีประมาณ 80% ทำร้ายผิว แม้ว่าคุณนั่งอยู่ในบ้าน หน้าต่างจะป้องกันได้แค่รังสียูวีบี ในขณะที่รังสียูวีเอส่วนมากก็ยังคงทะลุผ่านเข้ามาได้ ดังนั้นอย่าลืมชโลมครีมกันแดดให้ทั่วผิวกายทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

7. ละเลยวันหมดอายุ

หากคุณใช้ครีมกันแดดหลอดเดิมไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป นั่นเท่ากับว่าคุณกำลังทำให้ผิวตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งนี้ครีมกันแดดอาจไม่ให้พลังการปกป้องแสงแดดตามที่ระบุที่ข้างขวดหากมีอายุเกินกว่า 3 ปี ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุก่อนทาครีมกันแดด แต่หากไม่พบวันหมดอายุระบุไว้บนผลิตภัณฑ์ ก็ให้สันนิษฐานว่าครีมกันแดดจะหมดอายุหลังจากวันที่ซื้อ 3 ปี

แหล่งที่มา

https: //www.everydayhealth.com/skin-and-beauty/sunscreen-mistakes-that-hurt-your-skin.aspx

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *